1. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน คืออะไร ?
มาตรการที่ให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน (ระดับ 5 ดาว)
2. ใครสามารถใช้สิทธินี้ได้บ้าง ?
1) บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8)
2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
3. เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ลักษณะใดจึงจะเข้าข่าย ?
ต้องเป็นเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่ได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน (ระดับ 5 ดาว) รวมถึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
4. เงื่อนไขการใช้สิทธิมีอะไรบ้าง ?
1) ต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
2) ต้องไม่ใช้สิทธิซ้ำซ้อนกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือสิทธิยกเว้นภาษีตามกฎหมายอื่น
3) ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
5. ต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อขอใช้สิทธิ ?
1) เลือกซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน (ระดับ 5 ดาว)
2) ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Tax Invoice จากผู้ขาย
3) เก็บรักษาเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน
4) ใช้สิทธิผ่านการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้
ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมให้เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่จะกำหนดต่อไป
6. มาตรการภาษีนี้มีผลบังคับใช้ถึงเมื่อใด ?
ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ 3 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571
7. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรการ สามารถสอบถามได้ที่ใด?
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มมาตรฐานประสิทธิภาพการอนุรักษ์พลังงาน กองส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โทรศัพท์ 02 223 0021-9 ต่อ 1874 หรือ 1030 และ 02 225 9789
8. หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมด้านภาษี สามารถสอบถามได้ที่ใด ?
ติดต่อศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร RD Call Center โทร 1161 เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น.
